ศิลปะในการพูด

ศิลปะในการพูด

การเป็นนักขายที่ประสบความสําเร็จไม่จําเป็นต้องพูดเก่ง และนักขายที่พูดเก่งทุกคนก็ไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสําเร็จทางด้านการขาย แต่นักขายที่ประสบความสําเร็จ คือนักขายที่มีทักษะทางด้านการพูด คือ รู้จักพูด รู้ว่าอะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด รู้ว่าพูดอย่างไรแล้วทําให้ลูกค้าเชื่อ และพูดอย่างไร แล้วทําให้ลูกค้าซื้อสินค้าและบริการ

รวมทั้งจะต้องมีทักษะทางด้านการฟังที่ดี เพื่อเก็บข้อมูล ฟังเพื่อ เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ฟังเพื่อนําเสนอสินค้า ให้ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และอีกหนึ่งทักษะที่สําคัญมากคือ ต้องมีทักษะในการถาม ถามอย่างไรเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตนเองต้องการ ถามอย่างไรเพื่อที่จะทําให้ลูกค้าตอบแล้วรู้สึกภาคภูมิใจดังนั้นการพูดอย่างมีสติ การคิดก่อนพูด และการมีทักษะในการพูดคือสิ่งสําคัญที่จะสานความสัมพันธ์ หรือทําลายความสัมพันธ์ ระหว่างเพื่อนร่วมงานลงได้ เพราะการพูดอย่างไม่มีสติหรือไม่ทันคิด จะเป็นสิ่งที่กลับมาทําลายตัวเอง ดังนั้น ก่อนที่คุณจะพูดอะไรควรไตร่ตรองให้ดี อย่าเอาความคะนองปากหรือเอาอารมณ์มาเป็นสิ่งทําลายความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน และทําการขายกับลูกค้า เพราะการพูดดี คือการสื่อสารออกมาจากการคิดดีและมีสติไตร่ตรอง

นอกเหนือจากการใช้ศิลปะการพูด เพื่อพูดให้ผู้ฟังเกิดความเป็นมิตรและยอมรับในตัวคุณ จะต้องใช้คําพูดที่มีเหตุผล สุภาพไพเราะ มีน้ำเสียงชวนฟัง โดยพิจารณาถึง สถานที่ เวลา และโอกาส ขณะที่คุณได้พูดกับลูกค้าเพื่อทําการขาย ดังนั้น หากคุณเป็นหนึ่ง ในนักขายที่พูดไม่เก่งแล้ว ก็ไม่ต้องวิตกกังวลหรือน้อยใจว่าเราไม่สามารถที่จะเป็นนักขายที่ประสบความสําเร็จได้ ซึ่งคุณต้องพิจารณาดังนี้

  • อย่าพูดเกินจริง ทั้งในเรื่องของสินค้า บริการ องค์กรของคุณ ความสามารถของคุณ เพราะจะกลายเป็นการคุยโวโอ้อวด หรือพูดเพื่อข่มผู้อื่นข่มคู่แข่ง หรือแม้แต่เป็นการข่มลูกค้าที่คุณกําลังเสนอการขายอยู่ทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว จริงอยู่ที่นักขายจะต้องแสดงความสามารถ ความชำนาญ ความถนัด และการประสบความสําเร็จให้กับลูกค้าได้เข้า เพราะนั่นหมายถึงความน่าเชื่อถือ แต่จงระมัดระวังในการพูด ไม่ควรให้การเสนอตัวเพื่อเป็นทางเลือกของลูกค้า เพราะในทางจิตวิทยานั้น คนเรามีความโน้มเอียงที่จะรู้สึกอิจฉาริษยาผู้อื่นอยู่ในใจด้วยกันทั้งนั้น ถ้าเราแสดงออกได้ดี เขาก็จะเกิดแรงผลักดันในทางบวก แต่หากคุณพูดไม่ดีก็จะเกิดการต่อต้านขึ้น ในการขายนั้น นักขาย จึงควรพูดแต่พองามก็เพียงพอ ควรระมัดระวังในการพูดวิพากษ์วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวกับการขายต่อหน้าลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงอาชีพอื่นในทางลบหรือเสียหาย การพูดกระทบกระเทียบดูถูกคู่แข่ง

การพูดวิจารณ์เพื่อนร่วมอาชีพนักขาย เพราะคนเราไม่ว่าเขา จะทําอาชีพอะไร ก็ล้วนมีเกียรติยศศักดิ์ศรีในตัวเองด้วยกันทุกคน แน่นอนการที่คุณเป็นนักขายนั้น ก็เป็นอาชีพที่คุณสมัครปักใจทํา การพูดเอาดีใส่ตัว ก็ไม่จําเป็นต้องพูดเอาชั่วใส่คนอื่น

อย่าลืมว่าอาชีพขายตรงก็ยังเป็นอาชีพที่ผู้คนเขาดูหมิ่นดูแคลนกันอยู่ไม่เลิก และอย่าทําให้ภาพพจน์แย่ลงด้วยการพูดเรื่องด้านลบของการขายต่อหน้าลูกค้า เพราะนอกจากไม่ได้ประโยชน์ ใดๆ แล้ว ยังเป็นการทําลายตัวคุณโดยตรง

  • ควรระมัดระวังที่แสดงออกถึงการพูดอย่างเป็นกันเองจนเกินไป เพราะนอกจากจะทําให้เสียบุคลิกภาพของนักขายแล้วยังทำลายความน่าเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีติ่นักขายลงไปด้วย เพราะดูไม่จริงจัง ไม่จริงใจ ไร้สาระ รวมถึงพูดมากเกินไป พูดน้อยเกินไป พูดนานเกินไป พูดสั้นเกินไป พูดดังเกินไป พูดค่อยเกินไป พูดอ้อมเกินไป พูดตรงเกินไป พูดเร็วเกินไป พูดช้าเกินไป สิ่งเหล่านี้จะทําให้ลูกค้าไม่เชื่อถือในตัวสินค้า ซึ่งมาจากบุคลิกภาพแย่ๆ ของนักขาย
  • หากคุณจําเป็นต้องติดต่อโทรศัพท์หาลูกค้าเพื่อเปิดการขาย นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นักขายส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่นักขายที่มีประสบการณ์มานานจะไม่ค่อยกล้าติดต่อลูกค้าผ่านการโทรศัพท์ เพราะความ เกรงกลัวหรือความไม่กล้า ในเมื่อไม่กล้าการขายก็จะไม่เกิดขึ้น รวมทั้งยังไม่ได้เป็นการพัฒนาตนเองในเรื่องของการพูดเพื่อ ทําการขาย