พื้นฐานแห่งความสุข

พื้นฐานแห่งความสุข

ครั้งหนึ่ง อนาถบิณฑกะได้นําพ่อค้านักธุรกิจเป็นจํานวนห้าร้อย มารับฟังคําสอนของพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงมอบคําสอนซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักกันในชื่อ พระสูตรสําหรับฆราวาส ซึ่งเน้นเรื่องการมีชีวิตอย่างมี ความสุข ณ ที่นี่ ในขณะนี้ในฐานะนักธุรกิจและผู้ครองเรือน คํากล่าวเรื่อง “การมีชีวิตอย่างมีความสุขในปัจจุบันขณะ” ได้มีการพูดซ้ำถึง 5 ครั้งในพระสูตรนี้ การได้รู้ว่าตนอยู่บนหนทางที่ถูกต้องแล้วนั้น เป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ที่สุด นั่นคือการได้ทํางานที่ตนชอบ และเป็นงานที่ตนได้ใช้ความเข้าใจและความกรุณาของตนเอง ความสุข ความรับผิดชอบ และความมีสตินั้นเชื่อมโยงถึงกันอยู่ตลอดเวลา นักธุรกิจเริ่มต้นบนหนทางสู่ความสุขด้วยการดูแลตัวเองเป็นอันดับแรก เนื่องจากการฝึกปฏิบัติเพื่อสร้างพลังงานแห่งสติ เขาจึงได้รับความเบิกบานและความสุข และทําให้มีความสามารถที่จะดูแลความปกติสุขของคนอื่นๆ ปัจจัยแห่งความสุขมีมากมายอยู่แล้วให้เรา ณ ที่นี้ พระสูตรนี้สอนว่า พื้นฐานแห่งสติและความสุข คือข้อฝึกอบรมสติห้าประการ ข้อฝึกอบรมสติเหล่านี้จําเป็นสําหรับการเรียนรู้ เพื่อที่จะดูแลอํานาจของเราอย่างมีศิลปะ เพื่อก่อให้เกิดอํานาจอันแท้จริง ที่เรียกว่า อำนาจนาจทางจิตวิญญาณ ข้อฝึกอบรมสติเหล่านี้ เป็นหัวใจสําคัญในการฝึกเจริญสติ

ข้อฝึกอบรมสติห้าประการ

ข้อฝึกอบรมสติข้อที่ 1

ด้วยความตระหนักรู้ถึงความทุกข์จากการทําลายชีวิต ข้าพเจ้าขอตั้งสัตย์ปฏิญาณที่จะบ่มเพาะความกรุณา และเรียนรู้วิธีที่จะปกป้องชีวิตผู้คน สรรพสัตว์ พืชพันธุ์ และแร่ธาตุ ข้าพเจ้าตั้งจิตมั่นที่จะไม่ทําลายชีวิต ไม่ปล่อยให้ผู้อื่นทําลายชีวิตรวมทั้งจะไม่ส่งเสริมการทําลายชีวิตใดๆในโลกนี้ ไม่ว่าจะโดยความคิดและการกระทํา

ข้อฝึกอบรมสติข้อที่ 2

ด้วยความตระหนักรู้ถึงความทุกข์จากการหาประโยชน์ส่วนตัว ความอยุติธรรมทางสังคม การลักขโมย และการกดขี่ ข้าพเจ้าตั้งสัตย์ปฏิญาณว่าจะทําทานด้วยการแบ่งเวลา พลัง และทรัพย์สินให้แก่ผู้ที่มีความจําเป็น ข้าพเจ้าตั้งจิตมั่นว่าจะไม่ลักขโมย และไม่ครอบครองสิ่งที่ควรเป็นของผู้อื่น ข้าพเจ้าจะเคารพทรัพย์สินของผู้อื่น และจะคอยปกป้องไม่ให้ผู้อื่นหาประโยชน์บนความทุกข์ของมนุษย์หรือสรรพสัตว์อื่นๆ

ข้อฝึกอบรมสติข้อที่ 3

ด้วยความตระหนักรู้ถึงความทุกข์จากการประพฤติผิดในกาม ข้าพเจ้าตั้งสัตย์ปฏิญาณว่าจะบ่มเพาะความรับผิดชอบ และเรียนรู้วิธีที่จะปกป้อง ความมั่นคง และความซื่อสัตย์ของปัจเจกบุคคล คู่สมรส ครอบครัว และ สังคม ข้าพเจ้าตั้งจิตมั่นว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยว และมีเพศสัมพันธ์โดยปราศจากซึ่งความรัก และการมีพันธะสัญญาระยะยาวต่อกัน หากแต่จะเคารพในพันธะสัญญาของตัวเองและผู้อื่น เพื่อถนอมความสุขของตนเองและผู้อื่นได้ ข้าพเจ้าจะทําทุกอย่างตามกําลังความสามารถ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆถูกล่วงละเมิดทางเพศ ตลอดจนปกป้องไม่ให้คู่สมรสและครอบครัวต้องแตกแยก เนื่องจากการประพฤติผิดในกาม

ข้อฝึกอบรมสติข้อที่ 4

ด้วยความตระหนักรู้ถึงความทุกข์จากการกล่าวถ้อยคํา ที่ขาดความยั้งคิดและระคายหูผู้อื่น ข้าพเจ้าตั้งสัตย์ปฏิญาณว่าจะบ่มเพาะวาจาที่ไพเราะและตั้งใจฟังอย่างมีสติ เพื่อให้ผู้อื่นมีความสุข เบิกบาน ตลอดจนช่วยแบ่งเบาความทุกข์ของพวกเขา ข้าพเจ้ารู้ดีว่าคําพูดสามารถก่อให้เกิดความสุขและความทุกข์ จึงขอตั้งจิตมั่นว่าจะพูดแต่ความจริงด้วยถ้อยคําที่ก่อให้เกิดความมั่นใจ ความเบิกบานและความหวัง โดยไม่กระพือข่าวที่ตนเองไม่รู้แน่ชัด รวมทั้งไม่วิพากษ์วิจารณ์ หรือกล่าวโทษในสิ่งที่ตนเองไม่แน่ใจ ตลอดจนละเลิกจากการกล่าววาจาที่ก่อให้เกิดความแตกแยก ไม่ปรองดองกัน หรือทําให้ครอบครัว ชุมชนต้องแตกแยก ร้าวฉาน ข้าพเจ้าจะพยายามทุกวิถีทาง ที่จะประนีประนอม และแก้ไขความขัดแย้งต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กก็ตาม

ข้อฝึกอบรมสติข้อที่ 5

ด้วยความตระหนักรู้ถึงการบริโภคที่ขาดสติ ข้าพเจ้าทั้งสัตย์ ปฏิญาณที่จะบ่มเพาะสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ เพื่อตัวเอง ครอบครัว และ สังคม ด้วยการกิน ดื่ม บริโภคอย่างมีสติ พร้อมทั้งรับเอาแต่สิ่งที่จะช่วย ถนอมความสงบสุข ความเบิกบานให้กับร่างกายและวิญญาณของตัวเอง ครอบครัว และสังคม ข้าพเจ้าตั้งจิตมันว่าจะไม่ใช้แอลกอฮอล์ สิ่งเสพติดอื่นใด หรือการรับอาหารและสิ่งให้โทษ อย่างเช่นรายการโทรทัศน์ นิตยสาร หนังสือ ภาพยนตร์ การสนทนาบางประเภท เพราะตระหนักรู้ว่าการทําร้ายร่างกายและวิญญาณของตัวเองด้วยสิ่งที่เป็นพิษเป็นภัยเหล่านี้ เท่ากับ เป็นการทรยศต่อบรรพบุรุษ พ่อแม่ สังคม และลูกหลานของตัวเอง ข้าพเจ้าจะพยายามเปลี่ยนแปลงความรุนแรง ความกลัว ความโกรธ รวมทั้งความสับสนในตัวเองและสังคม โดยละเลิกจากการบริโภคสิ่งที่เป็นพิษภัย เพื่อตนเองและสังคม ข้าพเจ้าเข้าใจดีว่าการบริโภคอย่างถูกต้องและเหมาะสมนั้น เป็นสิ่งสําคัญในการเปลี่ยนแปลงตัวเองและสังคม