เทคนิคการพูดแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

เทคนิคการพูดแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

เมื่อถูกพูดแซง

คนเพิ่งพบกันครั้งแรก มักเจอเหตุการณ์น่าอึดอัดจากการถูกขัดจังหวะ หรือถูกพูดแซงขึ้นมาในขณะพูด โดยเฉพาะถ้าคู่สนทนาเป็นหญิงสาวสวย หรือคน มีชื่อเสียง หรือแม้แต่พวกผู้ดีนั้น เราจะยิ่งเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยขึ้น

พอเจอเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนใหญ่จะเครียดขึ้นมาทันที และหาประเด็นคุยไม่ได้ชั่วขณะ ตอนนี้เราถึงไม่นึกอยากสูบบุหรี่ ก็อาจควักบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบโดยไม่รู้ตัว เพื่อคลายเครียด แล้วลองหาประเด็นที่อีกฝ่ายสนใจมาพูดคุย เพื่อให้การพูดคุยเป็นไปโดยราบรื่น ซึ่งอีกฝ่ายก็จะมองว่าเราเป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่าย เมื่อ เป็นเช่นนี้ การพูดคุยของเราก็จะไม่หยุดชะงักไปเพราะการถูกขัดจังหวะนั้น

คุยกับคนไม่ชอบพูด

เวลาคุยกับคนไม่ค่อยชอบพูด เราจะต้องหมั่นสังเกตเนื้อหาที่เขาพูดถึงคิดสักนิดก่อนที่จะต่อประเด็นนั้นกับเขา และต้องช่วยขยายประเด็นออกไปด้วย นั่นคือ พยายามเปิดประเด็นให้กว้าง ๆ มีเรื่องที่จะคุยกันไม่หมด ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้หัวคิดกันสักนิด เมื่อทําเช่นนี้แล้ว การพูดคุยก็จะไม่ชะงักกลางคัน เ

เราควรคุยหรือสัมภาษณ์เรื่องแรกที่ต้องการให้เสร็จเสียก่อน จากนั้นค่อยใช้วิธีตั้งวงคุยกัน โดยเริ่มคุยตั้งแต่เรื่องธุรกิจหรืองานการของอีกฝ่าย ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและใช้กันบ่อยที่สุด การโยนประเด็นให้อีกฝ่ายพูดต่อถือเป็นเคล็ดลับความสําเร็จอย่างหนึ่งของการพูด

เมื่อเราโยนประเด็นให้อีกฝ่ายแล้ว ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยอยากพูด แต่ก็ต้องพูดบ้าง เพื่อไม่ให้เสียมารยาท ซึ่งช่วงสําคัญนี้ เราจะมัวแต่เออออไม่ได้ ต้องรีบตั้งคำถามต่อโดยเร็ว เพื่อให้การพูดคุยดําเนินต่อไปได้

ฉะนั้น ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนเงียบแค่ไหน เขาก็จะพูดจาโต้ตอบกับเราอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อเขาไม่สนุกกับเรื่องที่คุยกันแล้ว เราก็ต้องมีไหวพริบ ปรับเปลี่ยนหัวข้อไปคุยกันในเรื่องการเมืองบ้าง ปัญหาสังคมบ้าง เพื่อกุมสิทธิการนําประเด็นไว้

ถ้าเบื่อหัวข้อที่คุยกันอยู่ ก็ลองเปลี่ยนมาคุยเรื่องใหม่ที่ทั้งสองฝ่ายสนใจร่วมกัน โดยสลัดความคิดแบ่งแยกที่ว่า เป็นเจ้าของบ้านกับแขก เจ้านายกับ ลูกน้อง หรือผู้ใหญ่กับผู้น้อย ทิ้งไป ถึงจะคุยกันได้อย่างออกรสออกชาติจากใจถึง ใจ และคุยกันในเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ชอบ เช่น ไปเที่ยวผับ โรงน้ำชา ไนต์คลับ ปัญหาเซ็กส์ ฯลฯ ก็เหมือนคุยเล่นกันหลังอาหาร อย่าเก็บหัวข้อพวกนี้ไว้คุยในขณะดื่มเหล้า ถ้าคนเราใส่หน้ากากเข้าหากัน เสแสร้งจอมปลอม มีลับลมคมใน และมือถือสากปากถือศีลต่อกันอย่างนี้ ก็คงไม่อาจคบหากันอย่างตรงไปตรงมา ทุกคนจึงควรพูดคุยกันอย่างเปิดเผยจริงใจ จึงจะถูกต้อง

คุยกับคนลอกแลก

บางคนมีนิสัยพิลึกมาก เวลาเจอใครเป็นต้องมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้ากลอกตาไปมาคอยพินิจพิเคราะห์อยู่ตลอดเวลา ความจริง คนแบบนี้ไม่ได้คิดร้ายอะไรกับใคร อาจเป็นเรื่องของความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น

ถ้าเราไม่เชื่อ เราก็ลองเชื้อเชิญคนแบบนี้มาเที่ยวบ้านเราสักครั้ง เขาจะต้องเที่ยวดูห้องทุกห้อง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น รวมทั้งของตกแต่งบ้านทุกชิ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน ผมขอบอกพวกเราว่า จะไปโกรธเขาไม่ได้ดอกนะ ผมว่าเราน่าจะเอาข้าวของทุกชิ้นในบ้านออกมาให้เขาดูเลยจะดีกว่า

ส่วนพวกผู้หญิง มักชอบแอบมองการแต่งเนื้อแต่งตัวและหน้าตาของอีกฝ่าย การที่ผู้หญิงชอบแอบมองอีกฝ่าย ก็เพราะความรักสวยรักงามนั่นเอง ฉะนั้น เวลาพูดคุยกับคนสองกลุ่มนี้ เราจึงต้องเข้าใจความคิดของพวกเขาและนํามาใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งจะทําให้เราพูดคุยกับพวกเขาได้อย่างสนุกสนานและต่างฝ่ายต่างก็ชื่นชอบด้วย