เทคนิคการขายแบบ MLM

เทคนิคการขายแบบ MLM

การตลาดเครือข่าย (Network Marketing) คนส่วนใหญ่มักสับสนระหว่างการตลาดเครือข่ายกับการขายตรง เพราะบริษัท MLM ที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่นั้นอยู่ในสมาคมขายตรง และในบางครั้งคุณอาจมองการทําธุรกิจเครือข่ายเหมือนการเดินขายของแบบเคาะประตู เพราะว่าคุณได้รู้จักกับธุรกิจเครือข่าย ครั้งแรก เมื่อผู้จําหน่ายเคาะประตูบ้านคุณเพื่อพยายามขายของบางอย่างให้กับคุณ

แท้จริงแล้วลักษณะบางอย่างที่แยก MLM ออกจากการขายตรง นั่นคือ หากคุณอยู่ในธุรกิจ MLM คุณอยู่ในธุรกิจเพื่อตัวของคุณเอง แต่ไม่ใช่โดยตัวของคุณเอง และเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ต้องอาศัยการอธิบายดังต่อไปนี้

Marketing หรือ การตลาด หมายถึง การเคลื่อนสินค้าหรือบริการจากผู้ผลิตไปถึงผู้บริโภค

Multi-Level อ้างถึง ระบบในการจ่ายค่าตอบแทนให้กับบุคคลผู้ซึ่งทําให้สินค้าหรือบริการนั้นเคลื่อนตัว

Multi หมายถึง มากกว่าหนึ่ง

Level หมายถึง ระดับหรือรุ่น

MLM จึงเป็นการให้นักขายจํานวนมากเข้ามามีส่วนร่วมในการขายผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตไปยังลูกค้าโดยตรง จึงเป็นการตัดพ่อค้าคนกลางออกไป โดยจะมีผู้ผลิต ผู้กระจายผลิตภัณฑ์ และลูกค้าอยู่ในระบบเดียวกัน เป็นช่องทางการจําหน่ายที่มีประสิทธิภาพ สามารถขยายตลาดได้อย่างรวดเร็ว มีการแบ่งเป็นผลตอบแทนเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละแบบแผน

ปัจจุบัน MLM กําลังเป็นที่นิยมอย่างสูงจนก่อให้เกิดเครือข่าย การขายต่างๆ ขึ้นมากมาย นําไปสู่การแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น จึงมีการปรับแผนการตลาดเพื่อเข้าแข่งขัน รวมทั้งนักขายจํานวนมากที่ไม่ประสบความสําเร็จเพราะเข้าไปทําไม่นานไม่สําเร็จ หรือต้องขายให้ได้มากๆ เพื่อได้รับค่าคอมมิชชันมากๆ ก็เลยเข้าใจผิดว่า MLM นั้นคือการขายตรงที่ไม่ดี ซึ่งการทําธุรกิจของนักขาย MLM ที่ถูกต้องควรเป็นเช่นนี้

  1. ทดลองใช้สินค้า
  2. ใช้แล้วรู้สึกได้ถึงคุณภาพของสินค้า
  3. สมัครสมาชิก
  4. หาความรู้เพิ่มเติม
  5. แนะนําผู้อื่น

จึงเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงเพราะปัจจุบันนี้มีผู้คนจํานวนมากรังเกียจ และไม่เข้าใจใน MLM อย่างแท้จริง เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะมีองค์กรมากมาย ที่นํา MLM ไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องเพื่อหลอกลวงประชาชนด้วยระบบเครือข่ายในลักษะ “แชร์ลูกโซ่ หลอกลวงผู้ที่ถูกจูงใจให้ไปเป็นนักขาย เพราะแชร์ลูกโซ่ไม่ได้ มุ่งเน้นขายผลิตภัณฑ์ แต่อาจนําผลิตภัณฑ์มาบังหน้าเพื่อหลอกลวงผู้ตกเป็นเหยื่อ สําหรับ MLM ที่ดีจะต้องเป็นระบบที่สามารถกระจายผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตไปสู่ลูกค้าอย่างยุติธรรม และมีการพัฒนาไปสู่ความสําเร็จได้ในที่สุด

และหากคุณต้องการเป็นนักขายชั้นยอดในวงการ MLM แล้วล่ะก็ ควรพยายามเรียนรู้ แล้วฝึกฝนจึงจะสามารถก้าวไปเป็นนักขายระดับสูงได้ โดยทีม และโครงสร้างเครือข่าย ในการเป็นนักขาย แบบ MLM มีความสําคัญ ใครทํางานคนเดียวไม่มีทางสําเร็จ การสอนงาน ระบบการทํางาน ทีมงานที่ดีจะขับเคลื่อนคุณอย่างถูกต้อง ก่อให้เกิดการทําซ้ำแล้วถ่ายทอดลงไปในสายงานคุณไปเรื่อยๆ องค์กรคุณจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าได้ทีมงานไม่ดี สอนงานผิดๆ ก็จะถ่ายทอดกันแบบผิดๆ และจะนําไปสู่ความล้มเหลว

ที่สําคัญไม่มีผลิตภัณฑ์ในงาน MLM ชนิดใดที่สามารถตอบสนอง ความต้องการของลูกค้าได้ทุกคน ดังนั้นนักขายจึงต้องเลือกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายขึ้นมาโดยเฉพาะกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด หรือ 2-3 กลุ่ม เพื่อเจาะจงจะขายผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าเฉพาะกลุ่มนั้น ปกติแล้วผลิตภัณฑ์ทุกชนิดมักจะบอกรสนิยม หรือกลุ่มคนของลูกค้า เฉพาะเจาะจงอยู่แล้ว แต่ก็เป็นเรื่องยากสําหรับนักขาย MLM เพราะอยากจะขายทุกคนที่ขวางหน้า ให้ได้ชื่อว่าเป็นนักขายที่มีความสามารถ ที่มีประสบการณ์ เจอใครก็ต้องขายผลิตภัณฑ์ของตนให้ได้ เพราะถ้าขายไม่ได้ก็แสดงว่าตนเองไม่เอาไหน นี่เป็นความเข้าใจผิด

การขายแบบ MLM แม้จะมีส่วนดีอยู่มาก แต่ก็มีข้อเสียมหาศาล เพราะการที่นักขาย MLM พยายามขายจนเกินไป ขายจนเกินหลักความจริงด้วยราคาที่แพงเกินเหตุไม่สมกับคุณภาพสินค้า ที่สําคัญคือพยายามชักชวนทุกคนที่ขวางหน้าเข้าเป็นสมาชิก โดยไม่สนใจว่าคนอื่นๆ จะชอบงานขายหรือไม่ แต่พยายามตื้อให้เขาไปฟัง จนเกิดการเอือมระอาในที่สุด

ดังนั้นหัวใจของการขายแบบ MLM จึงไม่ใช่อยู่ที่แค่ตัวผลิตภัณฑ์ องค์กร หรือเครือข่าย หากแต่อยู่ที่สัมพันธภาพที่ดีของลูกค้ากับนักขาย นักขายที่ดีจึงต้องสํารวจความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ เพื่อขายผลิตภัณฑ์ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า จึงต้องรู้ว่าพฤติกรรมของลูกค้าเป็นอย่างไร