เคล็ดลับจับโกหก

เคล็ดลับจับโกหก

คนที่เกิดมาไม่เคยพูดโกหกสักคํานั้นมีมากมาย คนพวกนี้จะถือเอาคำโกหกของคนอื่นเป็นความจริง ส่วนคนที่พูดโกหก ก็มักคิดว่าคนอื่นก็ชอบพูดโกหกเหมือนตัวเอง มันก็เหมือน ๆ กันนั้นแหละ ฉะนั้น ทั้งที่ตัวเองกําลังโกหก กลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด

ตรงกันข้าม ถ้าคู่สนทนาเป็นคนซื่อ เปิดเผย ปิดบังไม่เป็น หากจะให้เขาโกหก เขาคงทุกข์ใจมาก ถ้าคนแบบนี้พูดโกหก ก็จะแสดงพิรุธให้เห็นจาก ใบหน้าและกิริยาท่าทางทันที ไม่เหมาะที่จะพูดโกหกเลย

แต่ถ้าเป็นคนที่เก็บความลับได้เก่งล่ะ คนพวกนี้นอกจากตัวเองจะมีความลับแล้ว ยังมีเรื่องที่เขาไม่พอใจหรือวิตกกังวลอยู่ด้วย แต่เขาจะไม่ยอมพูดเด็ดขาด จึงมักพูดหลอกคนอื่นไปเรื่อย ๆ เพื่อให้คนอื่นหลงกล ซึ่งกลับเป็นเรื่องเขาคิดว่าช่างเป็นเกียรติโดยแท้

คนพวกนี้จะไม่รู้สึกผิดบาปกับการพูดโกหกแน่นอน เพราะชินชาเสียแล้วไม่รู้จักถูกผิดดีชั่ว กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการโกหกไปแล้ว พูดโกหกให้เป็นเกียรติแก่ตัวเองได้

ถ้าพวกเขาต้องการทําเพื่อสนองความอยากได้ หรือเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง พวกเขาก็จะแปลงร่างกลายเป็นจอมต้มตุ๋น เที่ยวหลอกลวงต้มตุ๋น เที่ยวหลอกลวงต้มตุ๋นทรัพย์สินของชาวบ้าน กลายเป็นการกระทําที่ผิดกฎหมายไป

คุยกับคนชอบโกหก

ผู้เชี่ยวชาญที่มีพรสวรรค์ในการพูดโกหก เวลาพูดโกหก จะพูดได้สมจริง และน่าฟัง คนส่วนใหญ่จึงถูกหลอก เหตุผลน่ะหรือ เพราะคําโกหกนั้นน่าฟัง ทุกคนจึงหลงกลถูกหลอกได้ง่าย อีกทั้งทุกคนต่างก็อยากรู้อยากเห็น ชอบหาข้อมูลมากๆเก็บไว้คุย อันที่จริง ฟังเขาพูดอย่างเดียวคงจับโกหกได้ยากมาก ต้องรอจนกว่ารู้ตัวแล้วว่าถูกหลอก นั่นแหละถึงจะใส่ใจ และวิเคราะห์แยกแยะจริงเท็จ โบราณว่า “พบใคร ให้คิดไว้ก่อนว่าเป็นขโมย”

ในสังคมที่เต็มไปด้วยการโกหก เรื่องที่คนโบราณบอกไว้ย่อมถือเป็นข้อเตือนใจที่ดี และควรค่าแก่การเชื่ออย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม เราต้องไม่มองคนดี เป็นคนเลว จึงระวังแต่แรก เพื่อจับโกหกอีกฝ่ายให้ได้ทุกที่ทุกเวลา จะได้ลดความเคราะห์ร้ายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองให้เหลือน้อยที่สุด

แปดเคล็ดลับวิธีจับโกหก

๑. ต้องะวังสังเกตการโฆษณาตัวเองของอีกฝ่ายตั้งแต่แรก

๒. สนใจคําพูดที่อีกฝ่ายพูดย้ำแล้วย้ำอีก

 ๓. สนใจคําพูดโต้แย้งที่น่าถกเถียง ตลอดจนคําหวานป้อยอประจบสอพลอ

๔. สนใจเหตุการณ์ที่เขามักเปลี่ยนไปพูดคุยประเด็นที่ไม่ค่อยมีความหมายมากนัก

๕. สังเกตแววตาขณะที่เขากําลังพูด

๖. สังเกตคําพูดและสายตาที่มอง สอดคล้องกันหรือไม่

๗. อย่าตัดสินนิสัยคนจากการแต่งตัวและหน้าตาเพียงผิวเผิน

๘. สังเกตดูว่าท่าทางเหลาะแหละอารมณ์ปรวนแปรหรือไม่

เราต้องเอาแปดข้อนี้มาใช้ในชีวิตประจําวันเสมอ และคอยเตือนสติ ตัวเองตลอดเวลา