การฝึกสมาธิ

การฝึกสมาธิ

วิธีการฝึกปฏิบัติต่างๆ อันชัดเจนเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยเสริมอํานาจหรือพลังทางจิตวิญญาณของเราให้แข็งแรง เราสามารถประยุกต์ใช้ หรือจะเรียกว่า เบิกบานกับการปฏิบัติเหล่านี้ได้ทุกที่ทุกเวลา วิธีการปฏิบัติทั้งหลายที่เรากําลังจะกล่าวถึงนั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นการฝึกสมาธิรูปแบบหนึ่ง เมื่อกล่าวถึงการฝึกสมาธิ อาจนึกถึงภาพของพระที่นั่งนิ่งๆ โดยไม่ไหวตามไปกับเสียงหรือสิ่งรบกวนใดๆ นั่นเป็นการเจริญสมาธิประเภทหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วยังมีการเจริญสมาธิอยู่อีกหลายวิธีที่สามารถเบิกบานได้ที่บ้านหรือที่ทํางานโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

การเจริญสมาธินั้นมีองค์ประกอบสองอย่างด้วยกัน องค์ประกอบแรก ได้แก่ การหยุด สงบจิตใจ และตั้งจิตมั่น องค์ประกอบที่สองของการเจริญสมาธิคือการมองอย่างลึกซึ้งเพื่อให้เกิดปัญญา เริ่มแรกเพียงแต่กําหนดรู้ไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น เช่น การย่างก้าวหรือลมหายใจของเธอ การมีสมาธิคือการมีสมาธิกับอะไรสักอย่างหนึ่งอยู่เสมอ การมีสติคือการมีสติกับอะไรสักอย่างหนึ่งอยู่เสมอ ไม่สามารถมีสมาธิหรือมีสติได้โดยไม่กําหนดกับอะไรสักอย่างหนึ่ง ดังนั้นในการเจริญสมาธิ เจริญสติ จําเป็นต้องมีสิ่งที่จะกําหนดรู้ เมื่อเธอมุ่งความสนใจไปที่ลมหายใจ ลมหายใจคือสิ่งที่สติและสมาธิกําลังกําหนดรู้อยู่ เมื่อสร้างพลังแห่งสติให้เกิดขึ้น พลังแห่งสตินี้จะโอบกอดสิ่งที่กําลังจดจ่ออยู่ และรักษาพลังแห่งสตินั้นให้ดํารงอยู่ในจิต

หากรักษาสมาธิให้คงอยู่อย่างต่อเนื่อง จะเริ่มเข้าถึงปัญญาเห็นแจ้งได้บ้าง และนี่คือขั้นตอนที่สองของการเจริญสมาธิ ตัวอย่างเช่น เมื่อรู้สึกรําคาญใจหรือมีความรู้สึกโกรธ เราอาจกําหนดความสนใจไปที่ความรู้สึกนั้นเพื่อให้เห็นถึงต้นตอของมัน เมื่อฝึกฝนการเจริญสติ และเจริญสมาธิได้สักระยะหนึ่งเธอจะรับรู้ถึงธรรมชาติอันแท้จริงของความโกรธ และปัญญาเห็นแจ้งนั้นจะปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากความโกรธ หากสิ่งที่ใช้พิจารณานั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจ การเจริญสติและสมาธิจะเป็นไปโดยง่าย หากการสนทนาหรือการนําเสนอนั้นน่าสนใจ จะใส่ใจในสิ่งนั้นได้ง่าย แต่ถ้าหากมันน่าเบื่อ อาจจะพยายามอย่างดีที่สุด แต่ก็ยังเป็นการยากที่จะมีสมาธิกับสิ่งนั้นได้อย่างเต็มเปี่ยม ดังนั้น หนึ่งในกุญแจสู่ความสําเร็จก็คือการเลือกสิ่งที่รู้สึกสนใจมาใช้ในการกําหนดรู้เพื่อการเจริญสติและสมาธิ หากสิ่งนั้นน่าสนใจ จะเข้าถึงปัญญาเห็นแจ้งได้ในเวลาไม่นาน

การหายใจอย่างมีสติ มีบทกวีสั้นๆ ที่ฉันอยากแนะนําให้เธอจดจําไว้เพื่อใช้ช่วยในการ การหายใจอย่างมีสติ อาจใช้บทกวีนี้ในขณะนั่งสมาธิหรือเดินในวิธีแห่งสติ

เข้า ออก

ลึก ช้า

สงบ สบาย

ยิ้ม ปล่อยวาง

ขณะปัจจุบัน เวลาประเสริฐสุด

คําว่า “เข้า – ออก” สองคําแรกนั้นหมายถึง “หายใจเข้าฉันรู้ว่าฉัน กำลังหายใจเข้า หายใจออกฉันรู้ว่าฉันกําลังหายใจออก” เมื่อหายใจเข้าเธอกําหนดรู้ในสิ่งหนึ่งสิ่งเดียว นั่นคือลมหายใจเข้าของเรา เราถอดถอน ความสนใจจากสิ่งอื่นใดทั้งปวง และให้ความสนใจทั้งหมดกับลมหายใจเข้า เช่นเดียวกับลมหายใจออก นี่คือแบบฝึกหัดที่หนึ่ง ซึ่งสามารถ กล่าวคําว่า “เข้า – ออก” อยู่ในใจต่อไปเรื่อยๆ เพื่อช่วยให้อยู่กับลมหายใจเข้าและออกได้ตลอดช่วง