การบริหารความเครียด

การบริหารความเครียด

การผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพใด ก็สามารถได้ประโยชน์จากการฝึกฝนการผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์เป็นประจําอยู่ทุกวัน หรือทุกสัปดาห์ อาจหาพื้นที่ในสํานักงานที่เธอจะฝึกการผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ได้สักสิบห้านาที หรืออาจฝึกที่บ้านก็ได้ เมื่อเธอได้รับรู้ถึงประโยชน์ของการปฏิบัติในการทําให้ตัวเองสดใหม่ขึ้น สามารถแบ่งปันการปฏิบัติให้ครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงานได้ อาจจัดให้มีการผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ในที่ทํางานสักวันละครั้ง เมื่อเพื่อนร่วมงานหรือลูกจ้างในบริษัทถูกถาโถมด้วยความเครียด ประสิทธิภาพการทํางานจะลดลงอย่างมาก การลาป่วยก็เพิ่มมากขึ้น นี่คือต้นทุนราคาแพงขององค์กร การผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์สักสิบห้านาที หลังจากที่ทํางานติดต่อกันมาสามหรือสี่ชั่วโมงนั้นเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล และนําไปปฏิบัติได้ อาจจะนําการฝึกผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ด้วยตัวเราเอง จะสัมผัสถึงความเบิกบานได้อย่างมากมาย เมื่อสามารถทําให้ผู้อื่นมีความสุขและผ่อนคลาย ในขณะเดียวกันความสุขของตัวเราเองก็เพิ่มพูนขึ้นด้วย

การบริหารความเครียด

การบริหารความเครียด การจัดโปรแกรมบริหารความเครียดในบริษัทหรือองค์กรนั้นไม่ได้มี ค่าใช้จ่ายที่สูงแต่อย่างใด เป็นสิ่งสําคัญที่จะต้องมีการฝึกอบรมผู้ช่วยหลายๆ คนในองค์กรให้มีทักษะเกี่ยวกับศิลปะแห่งการบริหารความเครียด คนเหล่านี้ต้องฝึกปฏิบัติเพื่อตนเองก่อน เขาต้องได้รับความเชื่อมั่นจากประโยชน์ของการผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ การหายใจอย่างมีสติ การยิ้มอย่างมีสติ และการเดินอย่างมีสติที่ทําให้ตนเองปฏิบัติหน้าที่การงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อนั้นคนเหล่านี้ก็พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนการฝึก ปฏิบัติให้กับพนักงานในองค์กรได้

ที่หมู่บ้านพลัมเราจะฝึกการกลับมาอยู่กับลมหายใจ และผ่อนคลายร่างกายทุกครั้งที่เราได้ยินเสียงระฆัง เราเองก็สามารถทําเช่นนี้ในที่ทํางานได้เช่นกัน ตนเองและเพื่อนร่วมงานอาจเลือกท่อนสั้นๆ จากเพลงที่โปรดปราน ที่อาจมีความยาวสักหนึ่งนาที ทุกหนึ่งหรือสองชั่วโมงเราจะเปิดเพลงท่อนนี้ผ่านระบบกระจายเสียงให้ทั้งบริษัทได้ยิน เมื่อได้ยินเพลงนี้ทุกคนจะหยุดจากสิ่งที่กําลังทําอยู่เพื่อกลับมาตระหนักรู้ถึงร่างกายของตัวเอง เบิกบานกับรอยยิ้มและผ่อนคลาย เธอสามารถเปลี่ยนเพลงใหม่ๆ ได้อย่างสม่ำเสมอ เพียงเดือนเดียวก็จะเห็นถึงบรรยากาศในบริษัทที่เปลี่ยนแปลงไป เสียงเพลงทําหน้าที่เสมือนดังเสียงของพระพุทธเจ้าที่อยู่ภายในตัวเรา เรียกให้ตัวเรากลับมายิ้ม หายใจ และฟื้นฟูตัวเอง นี่คือเสียงของพระเจ้าที่เรียกให้กลับคืนสู่บ้านที่แท้จริง

การรับโทรศัพท์

การรับโทรศัพท์ ที่หมู่บ้านพลัม เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เราจะหยุดจากสิ่งต่างๆที่เรากําลังทําอยู่ และกลับมาอยู่กับลมหายใจ “หายใจเข้า ฉันทําให้ตัวเองสงบ หายใจออก ฉันยิ้ม” เราหายใจเข้าและหายใจออกเช่นนี้ตามเสียงโทรศัพท์เรียกสามครั้ง ก่อนที่เราจะรับสาย ด้วยวิธีเช่นนี้ ทําให้เราสามารถรับโทรศัพท์ด้วยความสงบและความเมตตากรุณา คนที่โทรเข้ามาสามารถรับรู้ถึงสิ่งนี้ได้จากน้ำเสียงของเราเมื่อเธอสัมผัสเมล็ดพันธุ์แห่งความสงบสุขความมั่นคง และความกรุณาภายในตัวเอง คุณภาพของการสนทนาจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

มีเพื่อนของเราหลายคนที่ฝึกการทําสมาธิกับโทรศัพท์ทั้งที่บ้านและที่ทํางาน ทุกครั้งที่เขาได้ยินเสียงโทรศัพท์ เขาเรียนรู้ที่จะหยุดและหายใจ อย่างมีสติ เบิกบานกับลมหายใจเข้า และลมหายใจออก การทําเช่นนี้ทําให้เขารู้สึกมั่นคง และสงบสุขมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบในแง่บวกต่อธุรกิจของเขาเป็นอย่างยิ่ง มีนักธุรกิจคนหนึ่งที่ฝึกการหายใจอย่างมีสติเป็นประจําเมื่อรับโทรศัพท์ เขากล่าวว่าการรับโทรศัพท์อย่างมีสตินี้ช่วยให้เขาอยู่กับการสนทนานั้นได้อย่างเต็มร้อย