การจ่ายค่าตอบแทนในธุรกิจ

การจ่ายค่าตอบแทนในธุรกิจ

ฝ่ายบริหารเห็นความสําคัญของการจ่ายค่าตอบแทนที่ถือว่าเป็นรายจ่ายของธุรกิจแล้วยังถือว่า ค่าตอบแทนเป็นสิ่งที่จะนํามาใช้ในการควบคุมการทํางานของพนักงานให้ปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ วางแผนไว้และค่าตอบแทนยังเป็นสิ่งกระตุ้น หรือสิ่งจูงใจให้พนักงานกระทําหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ถือว่าเป็นสิ่งที่ชี้ หรือแสดงออกที่เป็นประสิทธิภาพของการทํางานของพนักงานขายแต่ละคน

ความสําคัญของการจ่ายค่าตอบแทนที่มีต่อพนักงาน นับว่าเป็นเรื่องสําคัญยิ่งที่ค่าจ้าง ที่พนักงานแต่ละคนได้รับเป็นการตอบแทนสําหรับงานที่ทําให้นั้น มิใช่เพียงแต่อยู่ในกรอบของการจ่าย ที่ยุติธรรมเท่านั้น หากแต่ความสําคัญยังอยู่ที่การต้องรู้จักสื่อความได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อที่จะให้พนักงานได้รู้เห็นและเข้าใจอย่างถูกต้องว่า เขาได้รับการจ่ายค่าจ้างที่เป็นธรรมอย่างแท้จริง ตามหลักของ การจ่ายค่าจ้างที่ยุติธรรมหรือทฤษฎีการจ่ายที่เป็นธรรม (Theory of Equity) นั้น พนักงานส่วนมากมักจะประสงค์ที่จะได้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในแง่หนึ่ง คือ ระหว่างผลงานที่ทําออกมาได้จนเป็นผลสําเร็จปรากฏออกมา (ซึ่งเกิดจากการได้ใช้ความชํานาญตลอดจนความพยายามต่าง ๆ ที่ได้อุทิศให้) ว่าควรจะเท่ากับผลลัพธ์ที่ได้รับมา นั่นคือตัวเงินที่เขาได้รับมาจากการทํางานดังกล่าวในรูปของการจ่ายและรางวัลอื่นๆ ที่นายจ้างได้มอบให้ ความมุ่งพยายามที่จะต้องทําให้ถูกต้องเพราะเหตุที่การจ่ายค่าจ้างมีความสำคัญต่อคนงานดังกล่าวนั้น ในแง่ของนายจ้างจึงต้องเข้าใจในเรื่อง 2 ประการดังนี้

1) จะต้องสามารถลดความไม่สบายใจที่มีการเข้าใจผิดในเรื่องต่างๆ ให้หมดไป (Cognitive Dissonance) กล่าวคือ ถ้าหากสิ่งที่ได้จ่ายให้นั้นไม่สอดคล้องตรงตามที่พนักงานคิดว่าควรจะได้แล้ว พนักงานส่วนใหญ่มักจะมีความรู้สึกคั่งค้างอยู่ในใจตลอดเวลาว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งนักจิตวิทยาได้ อธิบายความรู้สึกนี้ว่า “Cognitive Dissonance” ในกรณีเช่นนี้ ถ้าพนักงานเชื่อว่าตนเองได้ทํางานให้กับองค์การมากกว่ารายได้ที่ได้รับ หรือเข้าใจว่าตนเองมีคุณสมบัติสูงกว่าพนักงานอื่น ๆ ซึ่งได้รับค่าจ้างในระดับเดียวกันแล้วเมื่อใด พนักงานก็จะเกิดความแปรปรวนในความรู้สึกทางจิตใจและจะทําการลดขนาดความพยายาม หรือการทุ่มเทให้น้อยลง ในบางครั้งยังไปไกลถึงการพยายามลดผลผลิตด้วยการแกล้งขาดงาน หรือทํางานให้ได้ผลงานที่ต่ำกว่าเดิมหรือเลวกว่าเดิม หรือให้ความร่วมมือต่อส่วนรวมน้อยลง ตลอดจนไม่คิดริเริ่มที่จะเริ่มสร้างสรรค์ให้ หรือในอีกทางหนึ่งก็อาจจะยังคงพยายามเพิ่มผลผลิตจากการทํางาน แต่ก็จะพยายามหาทางเรียกร้องค่าจ้างที่สูงขึ้น ซึ่งเรื่องนี้จะแก้ไขได้ก็ต่อเมื่อธุรกิจจะต้องพยายามกําหนดค่าของงานออกมาให้ชัดแจ้งอย่างมีระบบ และจะต้องมีการวัดผลการปฏิบัติงานของแต่ละคน ตลอดจนเข้าใจให้พนักงานได้รู้ว่า มีวิธีการกําหนดอย่างไร ในกรณีเช่นนี้พนักงานก็อาจจะเข้าใจได้อย่างถูกต้อง ว่าตนเองมิได้เป็นเหยื่อของความไม่เป็นธรรมดังกล่าว

ลักษณะอุปนิสัยส่วนตัวของบุคคลมักจะมีผลกระทบต่อความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องความเป็นธรรมหรือความยุติธรรมด้วยเสมอ จากการศึกษาได้มีตัวอย่างปรากฏว่า พนักงานที่ทําผลผลิตได้สูง แต่มีการศึกษาน้อยและได้รับเงินเดือนมาก และมีอายุมากกว่า มักจะมีความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องของความ ไม่เป็นธรรมของการจ่ายน้อยกว่าคนอื่นๆ นอกจากนี้บุคคลเหล่านี้ยังมีความรู้สึกที่มากกว่าคนอื่น ๆ ในกรณี ต่อไปนี้ด้วย คือ คนดังกล่าวจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับองค์การว่าที่ทําไปนั้นมีความถูกต้องแล้ว และยอมรับ ได้ง่ายว่า มาตรฐานต่างๆ ที่กําหนดขึ้น ตลอดจนการขึ้นเงินเดือนที่ใช้อยู่นั้นนับว่าใช้ได้

2) การรู้จักสื่อความการตัดสินใจเกี่ยวกับเงินเดือนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะให้พนักงานยอมรับว่าเขาได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมจากการจ่ายค่าจ้างเงินเดือนให้ สิ่งที่ต้องทําอย่างหนึ่งก็คือ การต้อง รู้จักวิธีการสื่อความได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบการสื่อความที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้พนักงานได้เข้าใจ ง่ายขึ้นและแจ่มแจ้งขึ้น และถ้าหากมีปัญหาหรือข้อบกพร่องอื่นใด ก็จะมีโอกาสได้รับทราบถึงความคิดเห็น ต่างๆ ทั้งในแง่ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเป็นเงินเดือนและการจ่ายรางวัลผลตอบแทนอื่นที่ไม่เป็นเงินด้วยพร้อม กัน ตลอดจนการทําความเข้าใจในแง่ของผลประโยชน์ที่เขาพึงจะได้รับทั้งหมดตามทัศนะของคนงานเทียน กับสิ่งที่พนักงานได้อุทิศและทําให้ตามความเข้าใจของเขาว่าเขาได้ให้มากน้อยเพียงใด ความเห็นของ พนักงานเหล่านี้นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปรับปรุงให้ระบบการจ่ายตอบแทนนี้มีคุณค่าและถูกต้องอยู่ตลอดเวลา