การแก้ไขในสิ่งผิดพลาดในธุรกิจ

การแก้ไขในสิ่งผิดพลาดในธุรกิจ

การแก้ไขในสิ่งผิด การใช้ชีวิตโดยไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนในโลกธุรกิจนั้น เป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญอย่างยิ่ง เพราะมันไปเพิ่มความซับซ้อนให้เกิดขึ้นอย่างที่นักธุรกิจส่วนใหญ่ไม่อยากจะข้องเกี่ยวด้วย พวกเขาไม่อยากได้ยินเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ หลังจากที่คุณได้ศึกษามันด้วยตัวเองคุณรู้ว่ากําลังทําอะไรอยู่ ถึงเวลาที่คุณจะต้องลงมือทําอะไรสักอย่าง นั่นคือการลงมือแก้ไขในสิ่งที่ผิดไม่ว่าคุณจะเป็นนักธุรกิจหรือเป็นคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง อาจารย์เซนอาจกล่าวว่า “หากเธอต้องการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล อย่าไปยุ่งอยู่กับการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เธอจะไปไม่ถึงไหน เธอต้องเปลี่ยนแปลงองค์กรธุรกิจต่างๆ เพราะรัฐบาลเองก็เป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งของบริษัทต่าง ๆ ในโลกธุรกิจเท่านั้นหากเธออยากเปลี่ยนแปลงบริษัทเหล่านั้น เธอก็ต้องเปลี่ยนแปลงผู้บริโภค” ตรงนี้นี่เองที่ความรับผิดชอบทั้งหมดทั้งปวงตกอยู่ที่เรา เรานั่นเองที่เป็นผู้บริโภค เราไม่ใช่ประชากรอีกต่อไป แต่เราเป็นผู้บริโภค เราเองที่เป็นผู้เลี้ยงปากท้องของบริษัททั้งหลาย ที่กําลังเลี้ยงปากท้องของรัฐบาลอีกทอดหนึ่ง ดังนั้นพวกเราเองที่ต้องเปลี่ยน เมื่อเรารู้ว่าตัวเราเองนี่แหละที่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ที่สุดแล้วก็เรานั่นเองที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของทางออกของปัญหาด้วย

มีคําพูดหนึ่งที่ผมชอบมากเป็นพิเศษ เป็นคําพูดของ ธอโรว์ที่กล่าวไว้ว่า “ระวังให้จงหนัก เกี่ยวกับการกระทําใดๆ ที่ต้องการเสื้อผ้าใหม่” จริงหรือที่คุณต้องสวมกางเกงโยคะเพื่อเล่นโยคะ ผมว่ามันออกจะแปลกๆ อยู่นะตามความคิดของผมแล้ว เราควรบริโภคให้น้อยลง แต่บริโภคสิ่งที่ดียิ่งขึ้น ชาวยุโรปบริโภคเพียงร้อยละ 25 ของปริมาณที่พวกเราชาวอเมริกันบริโภค เมื่อพวกเขาซื้อเสื้อโค้ต เสื้อแจ็กเก็ต หรือกางเกงสักตัว เขาจะซื้อเฉพาะของคุณภาพดีที่สุด และเก็บมันไว้สําหรับใช้นานๆ เขาไม่บริโภคทิ้งๆ ขว้างๆ อย่างที่เราทํา ซึ่งทําให้เราต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ นี่เป็นสิ่งที่ผมพยายามทํากับธุรกิจของตัวเอง เราพยายามตั้งคําถามกับทุกขั้นตอนการผลิต กับวัตถุดิบที่เราใช้ เราศึกษาด้วยตนเอง และลงมืออย่างถูกต้อง

ทําในสิ่งที่เราสามารถทําได้

เพราะเราไม่มีทางจะเป็นบริษัทที่ยืนหยัดได้ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องทําร้ายสิ่งใด และเราไม่สามารถผลิตสินค้าที่ยืนหยัดได้ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องทําร้ายสิ่งใดเช่นกัน ขั้นตอนที่ 3 คือการทําในสิ่งที่เราสามารถทําได้ ถึงวันนี้ อายุเท่านี้ หากคุณเป็นนักพูดที่ดีคุณต้องพูด หากคุณเป็นนักเขียนที่ดี คุณต้องเขียน คุณต้องอาสาทําอะไรสักอย่างให้กับองค์กร เพราะหากเรานั่งเฉยๆ ทําเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว ถ้าจะพูดแบบชาวเยอรมันในยุคการปกครองของฮิตเลอร์ ก็ต้องบอกว่า คุณกําลังสูญเสียจิตวิญญาณของคุณไป ดังนั้นเราทุกคนต้องลงมือทําอะไรสักอย่างหนึ่ง

การเป็นเจ้าของบริษัทที่จ้างคนงานถึง 1,100 คน และเป็นคนที่ถูกจับตามองนั้น ทําให้ผมรู้สึกว่าผมมีความรับผิดชอบที่จะต้องใช้บริษัทของผมเพื่อการทําสิ่งที่ดี เราควักเงินจากกระเป๋าตัวเองด้วยการบริจาคหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของยอดขายให้กับการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม เหตุผลที่เราให้เงินกับการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมก็เพราะว่า หากลองคิดดูอย่างจริงจังถึงทุกปัญหาสังคมที่มีอยู่ คุณจะพบว่ามีปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมอยู่ด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน ปัญหาอาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใดๆ ล้วนเกิดขึ้นจากการไม่ใส่ใจดูแลธรรมชาติทั้งสิ้น